สัญญาซื้อขายบ้าน

ข้อควรรู้ของการสังเกตสัญญาซื้อขายบ้าน อย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ

ถ้าจะพูดถึงเรื่องสัญญาซื้อขายบ้านแล้วถือว่าเป็นเอกสารที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการซื้อขายบ้าน ซึ่งผู้ซื้อบ้านควรมีการพิจารณารายละเอียดข้อตกลงและมีการตรวจสอบเอกสารประกอบต่าง ๆ อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน

อีกทั้งเอกสารการซื้อขายบ้านนั้นก็มีเอกสารหลายชนิดที่เราเองจะต้องทำความเข้าใจ เช่น สัญญาจองซื้อบ้าน  สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน สัญญาซื้อขายบ้าน และเอกสารแนบท้ายสัญญาแบบต่าง ๆ โดยเราจะต้องอาศัยความใส่ใจและตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะเซ็นสัญญาเพื่อที่เราจะได้ไม่ถูกผู้ขายเอารัดเอาเปรียบ

สัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบ้าน

1.สัญญาจองซื้อบ้าน ถือว่าเป็นเอกสารซื้อขายบ้านอีกชนิดหนึ่งที่จะใช้ในกรณีที่บ้านหรือคอนโดยังไม่ก่อสร้างหรือยังสร้างไม่เสร็จ โดยจะไม่สามารถระบุพื้นที่หรือขนาดของบ้านได้อย่างแน่ชัด ซึ่งทำให้มีเอกสารสัญญาจองบ้านเอาไว้สำหรับการจดรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อพอที่ให้ทำสัญญาซื้อขายกันได้

2.สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน หมายถึง เอกสารฉบับต้นทางที่ใช้สำหรับในการตกลงซื้อขายกัน โดยจะเป็นเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่จะใช้ระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ในการซื้อขายและการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ซึ่งถ้าผู้ขายมีการผิดสัญญากับผู้ซื้อบ้าน เราก็จะสามารถฟ้องร้องเอาผิดกับบริษัทขายบ้านได้ถูกต้องตามกฎหมาย

3.สัญญาซื้อขายบ้าน หมายถึง เอกสารสำคัญแบบปลายทางที่จะมีการตกลงซื้อขายบ้านหรือคอนโดที่จะมีผลต่อทางกฎหมาย โดยกรรมสิทธิ์บ้านจะต้องตกเป็นของผู้ซื้ออย่างเด็ดขาด ซึ่งสัญญาซื้อขายบ้านจะมีการจดทะเบียนจากเจ้าพนักงานของสำนักงานเขตที่ดินในเฉพาะท้องถิ่นเท่านั้น

4.เอกสารแนบท้ายสัญญา หมายถึง เอกสารที่จะใช้ประกอบกับข้อตกลงหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ในการซื้อขายบ้าน เช่น โปรโมชั่น เงื่อนไขอื่น ๆ ของแถมที่นอกเหนือที่แจ้งไว้ในสัญญาซื้อขาย   

ข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการซื้อขายบ้าน

1.ขนาดและราคาซื้อขาย โดยผู้ซื้อจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ เช่น ขนาดของที่ดิน ขนาดของตัวบ้าน พร้อมกับราคาบ้านในสัญญาซื้อขายจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่าง ๆที่กำหนดไว้

2.วันที่นัดโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ในสัญญาจะซื้อจะขายจะต้องมีการระบุวันที่นัดการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ซึ่งจะต้องมีการกำหนดและเผื่อระยะเวลาในการยื่นขอสินเชื่อและการตรวจรับบ้านไว้ด้วย โดยถ้าไม่มีการระบุวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ ก็จะทำให้สัญญานั้นกลายเป็นสัญญาซื้อขายที่เป็นโมฆะ

3.การรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เช่น ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์และภาษีอากรต่าง ๆ โดยผู้ซื้อจะต้องมีการตกลงและพูดคุยกับผู้ขายให้ดี ซึ่งถ้าใครจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนไหนบ้าง ก็ควรจะมีการแจ้งในสัญญาซื้อขายให้มีความถูกต้องและชัดเจน

4.การข้อตกลงและเงื่อนไขอื่น ๆ ซึ่งผู้ซื้อควรมีการตรวจสอบข้อตกลงอื่น ๆ ที่ระบุไว้ในสัญญาอย่างรอบคอบ เช่น การรับประกันบ้าน การยกเลิกสัญญา การคืนเงินมัดจำ  และสัญญาซื้อขายจะต้องมีการกำหนดเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมตรงส่วนท้ายของสัญญาเล่มนั้น โดยเราจะต้องมีการอ่านและพิจารณาให้ดีก่อนที่จะทำการเซ็นสัญญา

เรียกได้ว่าขั้นตอนในการทำสัญญาซื้อขายบ้านนั้นถือว่ามีรายละเอียดมากมายที่เราจะต้องใช้ความเข้าใจก่อนการเซ็นสัญญาซื้อขายกับผู้ขาย ซึ่งผู้ซื้อจะต้องมีการอ่านและพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนที่สุด เพื่อที่เราจะไม่โดนการเอาเปรียบหลังจากที่ตัดสินใจซื้อบ้านไปแล้ว

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *