เหล็กหล่อ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเหล็กหล่อ

เหล็กหล่อ  ถือเป็นวัสดุที่คนในแวดวงอุตสาหกรรมเหล็กส่วนใหญ่นิยมมาทำผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย  เนื่องด้วยคุณสมบัติพิเศษของเหล็กแบบหล่อจะมีลักษณะเหลวและมีความเหนียวมากกว่าเหล็กกล้า  จึงทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กส่วนใหญ่นิยมนำเหล็กหล่อมาแปรรูปเป็นฐานเครื่องกลึง ทำท่อส่งน้ำ และทำปากกาจับชิ้นงาน อีกทั้งเหล็กแบบหล่อชนิดแบบกราไฟต์กลมยังสามารถนำมาตีขึ้นรูปเพื่อผลิตเป็นชิ้นส่วนของรถยนต์ที่จะมีคุณสมบัติในการรับแรงกระแทกต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ความหมายเหล็กแบบหล่อที่ควรรู้ เหล็กหล่อ หมายถึง เหล็กที่มีปริมาณของคาร์บอนผสมอยู่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหล็กชนิดนี้มีการผลิตมาจากเตาคิวโพล่าที่มีการเทน้ำเหล็กลงแบบหล่อบนแม่พิมพ์แล้วผลิตเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่าง เครื่องจักรขนาดใหญ่หรือชิ้นส่วนของเครื่องมือการเกษตร อีกทั้งเหล็กชนิดนี้จะมีลักษณะที่แตกหักง่ายจึงไม่นิยมนำมารีดขึ้นรูปหรือตีขึ้นรูป เพราะอาจจะทำให้ชิ้นงานที่แปรรูปเกิดความเสียหายและผลิตออกมาไม่ได้ขนาดและสัดส่วนที่ต้องการ ประเภทของเหล็กแบบหล่อ 1.เหล็กแบบหล่อที่มีสีขาว ซึ่งเหล็กหล่อแบบนี้จะมีส่วนผสมของ แมงกานีส ฟอสฟอรัส และกำมะถัน เป็นเหล็กที่มีลักษณะสีขาวนวลและมีความแข็งมากกว่าเหล็กชนิดอื่น ๆ จึงนิยมนำมาทำล้อรถไฟ ซึ่งทำให้ล้อรถไฟที่ผลิตออกมาส่วนใหญ่สามารถทนแรงเสียดสีและแรงกระแทกต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี 2.เหล็กแบบหล่อแบบสีดำ เป็นเหล็กที่มีลักษณะสีดำโดยมีส่วนผสมของธาตุคาร์บอนประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้เป็นเหล็กที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ และมีความแข็งแรงที่ไม่มากนัก จึงทำให้เราสามารถนำมาเจียระไนเป็นชิ้นงานต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย  3.เหล็กแบบหล่อชนิด CGI โดยจะเป็นเหล็กที่มีส่วนผสมของนิกเกิลและแมกนีเซียมในปริมาณมาก ซึ่งเหล็กหล่อชนิดนี้จะมีรูปร่างยาวและมีลักษณะเหมือนกับตัวหนอน จึงทำให้เป็นเหล็กที่สามารถทนทานต่อแรงดึงได้เป็นอย่างดี และในปัจจุบันยังมีการนำเหล็กชนิดนี้มาแปรรูปเป็นท่อไอเสียที่ติดตั้งกับรถยนต์โดยทั่วไปอีกด้วย 4.เหล็กแบบหล่อที่ผ่านกรรมวิธีอบเหนียว ถือว่าเป็นเหล็กที่มีคุณสมบัติสามารถทนแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหล็กชนิดนี้จะเป็นเหล็กที่ผ่านกรรมวิธีการอบจากตู้อบชนิดพิเศษจึงทำให้เป็นเหล็กที่มีโครงสร้างแตกต่างจากเหล็กประเภทอื่น ๆ เลยทำให้เหมาะที่จะนำไปผลิตชิ้นงานแบบชุบผิวแข็งได้เป็นอย่างดี …

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเหล็กหล่อ Read More »

บ้านทรุด

การแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านทรุดในแบบที่ถูกต้อง

ซึ่งการสร้างบ้านขึ้นมาสักหลังให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานนั้นจะต้องมีการออกแบบโครงสร้างให้มีความเหมาะสมและรวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุในการสร้างที่มีคุณภาพด้วย เพราะฉะนั้นถ้าบ้านของเรามีการใช้วัสดุที่ไม่ดี มีการวางในส่วนของรากฐานที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของบ้านทรุดขึ้นมาได้ โดยปัญหาของการเกิดทรุดตัวของอาคารหรือบ้านเรือนก็มักจะมีสาเหตุหลายประการซึ่งเราเองก็สามารถป้องกันและแก้ไขได้โดยวิธีดังต่อไปนี้  1.การซ่อมรอยต่อด้วยกาวซิลิโคน เราสามารถซ่อมแซมพื้นหรือผนังบ้านที่มีรอยแตกร้าวด้วยนำกาวซิลิโคนที่มีจำหน่ายอยู่โดยทั่วไปมาอุดตรงบริเวณที่มีรอยแตกร้าว แต่วิธีนี้จะเหมาะสำหรับการซ่อมบ้านที่มีรอยแตกร้าวในปริมาณที่เล็กน้อย และเป็นการแก้ไขแบบชั่วคราวเท่านั้น 2.ใช้วิธีการดีดบ้าน เราสามารถยกพื้นบ้านให้สูงขึ้นและมีการปรับฐานโครงสร้างใหม่ด้วยการตอกเสาเข็มเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้มากขึ้น และมีการรื้อถอนในส่วนที่มีการทรุดหรือแตกหักออกไป ซึ่งวิธีในการดีดบ้านเราควรมีการจ้างช่างที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะถ้าหากรื้อถอนหรือแก้ไขด้วยตนเองก็อาจจะทำให้บ้านทรุดและเกิดความเสียหายขึ้นมาได้ 3.การใช้ยากำจัดปลวก โดยสาเหตุของบ้านไม้ที่มีการทรุดตัวนั้นมีสาเหตุมาจากปลวกที่มากัดกินและแทะบริเวณไม้ จึงทำให้โครงสร้างของบ้านเกิดการยุบตัว โดยเราสามารถใช้ยากำจัดปลวกมาฉีดตรงบริเวณโคนเสาหรือบริเวณพื้นบ้านได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้การฉีดยากำจัดปลวกเราควรมีการใส่เสื้อผ้าที่รัดกุมและสวมถุงมือเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ได้รับอันตรายจากสารเคมีกำจัดปลวก  4.การเลือกใช้วัสดุในการสร้างบ้านที่มีคุณภาพและได้รับรองมาตรฐาน ถ้าเราคิดที่จะสร้างบ้านขึ้นมาสักหลังเราควรมีการวางแผนในเรื่องของการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพและมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อีกทั้งเราไม่ควรเลือกใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ และที่มีราคาถูกจนเกินไป เพราะวัสดุที่มีราคาถูกโดยส่วนใหญ่นั้นมักจะสร้างความเสียหายให้กับบ้าน โดยเฉพาะในส่วนของการที่บ้านเกิดการทรุดตัวหรือมีรากฐานที่ไม่แข็งแรงจนทำให้เกิดการถล่มและทรุดตัวลงมา จนทำให้เราจะต้องเสียเงินเพื่อซ่อมแซมบ้านอย่างไม่จบไม่สิ้น เรียกได้ว่าปัญหาของบ้านทรุดนั้นส่วนใหญ่เกิดจากการเลือกวัสดุในการสร้างบ้านที่ไม่มีคุณภาพ จนทำให้บ้านเกิดการถล่มลงมา ดังนั้นเพื่อบ้านที่มีความคงทนถาวรและอยู่กับเราไปอีกนานเราควรมีการเลือกวัสดุที่ที่มีคุณภาพ และรวมไปถึงการจ้างช่างก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญในส่วนของโครงบ้าน เพื่อที่เราจะได้บ้านที่มีความสวยงามและมีคงทนถาวรในแบบระยะยาว

กุหลาบหิน

รู้จัก กุหลาบหิน ไม้อวบน้ำสร้างรายได้หลักแสน

เรื่องราวของพันธุ์ไม้ประดับตกแต่งบ้านที่มาแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ คงไม่มีไม้กลุ่มไหนที่ได้รับความสนใจมากเท่า “กุหลาบหิน” อีกแล้ว อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พันธุ์ไม้ที่แต่เดิมใคร ๆ ก็มองว่าเป็นไม้ธรรมดาไม่มีราคาค่างวดอะไร จู่ก็กลับมาทำราคาได้อย่างมากมาย แล้วในปัจจุบันโลกของไม้อวบน้ำชนิดนี้ได้ก้าวไปไกลเพียงใด มาทำความรู้จักกับไม้งามดูแลง่ายพันธุ์นี้ อีกทั้งโอกาสในการสร้างรายได้จากการเพาะพันธุ์เพื่อการค้าจะทำอย่างไรในมาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันเลย ไม้อวบน้ำ ที่ไม่ใช่กุหลาบที่แท้จริง หลายคนเมื่อได้ยินคำว่ากุหลาบหิน( Widow’s-thrill ) อาจพาลนึกถึงดอกกุหลาบสีสันแปลกตา หรือมีรูปร่างที่แปลกไปจากดอกกุหลาบปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พืชชนิดนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับกุหลาบแม้แต่น้อย เป็นพืชในกลุ่มที่เรียกว่า ไม้อวบน้ำ( Succulent ) เป็นพืชที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห้งแล้งแต่มีสภาพอากาศหนาวเย็น จึงทำให้ตัวของมันมีการพัฒนาลำต้นและใบเพื่อลดการคายน้ำ และยังสามารถเก็บกักน้ำในลำต้นได้อีกด้วย ซึ่งในสภาพธรรมชาติจะพบในเขตหนาวทั้งในทาง เอเชีย และแอฟริกา เป็นหลัก น้อยมากที่จะพบได้ในเขตเส้นศูนย์สูตรเช่นประเทศไทย เหตุที่ได้ชื่อว่า Widow’s-thrill มาจากการเรียกตัวกันของใบอวบน้ำที่เรียกตัวกันเป็นกลีบซ้อนกันเป็นชั้น ๆ มีลักษณะคล้ายกับดอกกุหลาบ เมื่อมีการนำต้นไม้ชนิดนี้เข้าสู่วงการไม้ประดับไทยเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว จึงเรียกชื่อตามลักษณะการจัดเรียงตัวของใบที่ดูคล้ายคลึงกับดอกกุหลาบนั่นเอง แต่ในยุคแรก ๆ  Widow’s-thrill เป็นเพียงไม่เกรดกลางที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก จึงมีคนรู้จักเรื่องราวของ มันน้อยมาก นอกจากผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการ ไม้หนามและไม้อวบน้ำ จึงจะรู้จักพันธุ์ไม้กลุ่มนี้เป็นอย่างดี ศึกษาและสะสม จุดเริ่มต้นของการพัฒนาและเพาะเลี้ยง ด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยตึกและอาคาร …

รู้จัก กุหลาบหิน ไม้อวบน้ำสร้างรายได้หลักแสน Read More »

ไทรใบสัก

ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงไทรใบสัก ไม้ใบประดับยอดนิยม

ใครที่ชอบไปนั่งคาเฟ่หรือไปเที่ยวตามรีสอร์ท จะต้องเคยเห็นต้นไม้ประดับที่ใบคล้าย ๆ กับใบยอมีสีเขียวมันวาวสวยงามพันธุ์ไม้ที่นิยมนำมาประดับตกแต่งอาคารในยุดนี้ แต่หลายคนอาจทราบเพียงว่าต้นไม้นี้ชื่อว่า “ไทรใบสัก” ก่อนจะไปดูวิธีเลี้ยงไม้ใบประดับพันธุ์นี้ มาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า  ไทรใบสัก กันก่อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Ficus lyrata Warb เป็นพืชเขตร้อนในตระกูลไทร ลักษณะเป็นไม้พุ่มลำต้นทรงสูง มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตะวันตก ถ้าปลูกลงดินตามธรรมชาติจะสูงถึง 5-12 เมตรเลยทีเดียว ไม้ใบประดับพันธุ์นี้ชอบแสงแดดปานกลางถึงรำไร ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี การเจริญเติบโตช้า หากนำมาปลูกในกระถางจะโตช้ามากกว่าอยู่ในดินหลายเท่า สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการปักชำและตอนกิ่ง อยากดูแลให้โตไว ใบสวย ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้  1. แสงแดด กรณีที่ปลูกไว้กลางแจ้งจะได้รับแสงแดดเพียงพออยู่แล้ว แต่ต้องระวังในหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัดเพราะอาจทำให้ใบไหม้ได้ ถ้าปลูกไว้ในบ้านควรได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงครึ่งวันเช้าจะดีที่สุดเพราะความเข้มของแสงกำลังพอดี การที่ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอจะทำให้ต้นเสียรูปทรงเพราะต้องเอนเข้าหาแสง  2. ดินหรือวัสดุปลูก ควรเป็นดินร่วนที่มีความโปร่งและระบายน้ำได้ดีเพราะเขาไม่ชอบดินแฉะ ๆ เช่น ใช้ดินที่ผสมใบก้ามปูหรือผสมเม็ดดินเผา เป็นต้น 3.น้ำ รดน้ำแค่สัปดาห์ละ 3- 4 ครั้งก็เพียงพอแล้ว เพราะไม้พันธุ์นี้ไม่ชอบน้ำขังอาจทำให้รากเน่าและตายได้ อาจสังเกตดูที่ดินถ้าดินแห้งจึงค่อยรดน้ำ 4.ปุ๋ย แนะนำว่าให้ใส่ปุ๋ยเม็ดละลายช้าสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอต่อความต้องการ ลักษณะเด่นของไม้ประดับชนิดนี้ คือ …

ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงไทรใบสัก ไม้ใบประดับยอดนิยม Read More »

เห็บ

ความลับเล็ก ๆ ของเห็บตัวน้อย ที่คุณอาจไม่เคยรู้!

บนโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่มากมายหลายล้านประเภท แต่ละประเภท แต่ละชนิดก็ล้วนมีวิถีการดำรงชีวิตที่ต่างกันออกไป เคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่าทำไมสัตว์แต่ละเภทถึงมีพฤติกรรมแปลก ๆ เช่นนั้น มันมีความลับอะไรซ่อนอยู่ในพฤติกรรมเหล่านั้น และยิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่มีชีวิตอยู่ได้บนตัวของสัตว์อื่นยิ่งน่าสงสัยว่ามันอยู่อย่างไร ดำรงชีวิตอย่างไร วันนี้เรามีความลับของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ นั้นมาฝากทุกคนกันกับ 4 ความลับที่คุณไม่เคยรู้ของเจ้าเห็บตัวน้อยบนตัวสุนัขสุดรักของใครหลายคน จะมีอะไรบ้าง ตามมาส่องความลับนี้ไปพร้อมกันเลย 1. เห็บกับไดโนเสาร์เคยอยู่ในยุคเดียวกันมาก่อน! อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ที่สร้างความประหลาดใจให้มนุษย์อย่างยิ่งคือการที่รับรู้ว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตปรสิตนี้มีชีวิตมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ มันเคยเกาะกินเลือดบนตัวไดโนเสาร์ตั้งแต่สมัยเกือบร้อยล้านปีมาแล้ว ถึงแม้ไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปเมื่อราว 66 ล้านปีก่อน แต่สัตว์ตัวน้อยนี้ยังคงสามารถดำรงเผ่าพันธุ์และวิวัฒนาการมาได้อย่างมหัศจรรย์จนถึงยุคปัจจุบัน 2. วางไข่มากสุด ถึงครั้งละ 4,000 ฟอง ทราบหรือไม่ว่าตัวเมียสามารถวางไข่ในแต่ละครั้งได้ตั้งแต่ 2,000 – 4,000 ฟองเลยทีเดียว และใช้เวลาในการวางไข่นานถึง 10 วัน อาจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หลังจากนั้นก็ใช้เวลาราว3 สัปดาห์ในการฟักตัว ก่อนจะออกมาเป็นปรสิตดูดเลือดที่มีชีวิตยาวนานถึง 50 วันเลย 3. ผสมพันธุ์บนตัวสุนัข แต่ลงไปวางไข่บนพื้น วัยเจริญพันธ์ของตัวผู้และตัวเมียจะผสมพันธุ์กันบนตัวสุนัขก่อนจะทิ้งลงไปหาที่วางไข่บนพื้น โดยสถานที่วางไข่ที่เลือกมักจะเป็นจุดที่มีความอับต่าง ๆ เช่น ใต้เบาะรองของกรง ซอกกำแพงแตก สนามหญ้า …

ความลับเล็ก ๆ ของเห็บตัวน้อย ที่คุณอาจไม่เคยรู้! Read More »

ภาษีขายบ้าน

ภาษีขายบ้าน : ขายบ้านต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง?

บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง การขายบ้านแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องเล็ก จะตั้งราคาขายบ้านก็ต้องทบทวนหลายปัจจัย เพราะนอกจากรายได้ที่จะเกิดขึ้นจากการขายบ้านแล้ว ผู้ขายยังต้องคำนวณค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขายบ้านให้ดีด้วย ใครที่ยังไม่รู้ว่าการขายบ้านมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง บทความนี้จะสรุปเรื่องที่ผู้ขายต้องรู้เกี่ยวกับภาษีขายบ้าน  ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการขายบ้าน มีอยู่ 4 ประเภท คือ ค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าอากรแสตมป์ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย นอกจากนี้ยังมีคำศัพท์ที่ควรรู้อีก 2 คำ นั่นคือราคาประเมินจากกรมที่ดิน และราคาซื้อขายจริง โดยราคาสองอย่างนี้อาจมีมูลค่าที่ต่างกัน จุดสำคัญคือราคาเหล่านี้จะใช้เป็นตัวตั้งในการคำนวณค่าใช้จ่าย 4 ประเภทที่กล่าวไป  ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกกรณี เริ่มจากภาษีที่ต้องจ่ายทุกกรณีนั่นคือ ค่าธรรมเนียมการโอน โดยการคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนจะคิดจาก 2 เปอร์เซ็นต์จากราคาประเมิน ซึ่งราคาประเมินคือราคาที่กรมที่ดินประเมินราคาของบ้านเรา ซึ่งแตกต่างกับราคาที่ซื้อขายจริง โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ขายมักจะขายในราคาที่สูงกว่าราคาประเมิน บางครั้งเวลาอ่านประกาศขายบ้าน หลายคนจะเห็นว่าผู้ขายมักเจรจากับผู้ซื้อให้ออกค่าธรรมเนียมการโอนกันคนละครึ่ง หรือบางรายก็อาจจะประกาศว่าผู้ขายเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมการโอนทั้งหมด เหมือนเป็นอีกโปรโมชั่นหนึ่งเพื่อดึงดูดการซื้อ ค่าใช้จ่ายอีกหนึ่งอย่างที่ต้องจ่ายในทุกกรณี คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย เนื่องจากเงินจากการขายบ้านได้ก็นับเป็นรายได้อย่างหนึ่ง จึงต้องนำมาคำนวณภาษี วิธีการคำนวณจะใช้ราคาประเมินของกรมที่ดินเป็นตัวตั้งต้น จากนั้นสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เป็นเปอร์เซ็นต์ที่บ้านน้อยแตกต่างกันไปตามจำนวนปีที่ผู้ขายถือครองบ้านหลังนั้น ตามตารางดังนี้ (แทรกรูปตาราง) ค่าใช้จ่ายที่ขึ้นกับประเภทของการขายบ้าน รู้จักกับภาษีขายบ้านบังคับสองอย่างแรกไปแล้ว ต่อไปนี้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่พิจารณาจากคุณสมบัติของทรัพย์สินและผู้ขาย หากผู้ขายถือครองบ้านหลังนี้มากกว่า …

ภาษีขายบ้าน : ขายบ้านต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง? Read More »

อายัดเงินเดือน

อายัดเงินเดือน เรื่องต้องรู้ของเจ้าหนี้และลูกหนี้

การอายัดเงินเดือนคืออะไร เมื่อเกิดการกู้ยืมหรือมีหนี้สินที่ลูกหนี้ไม่ชำระตามกำหนดหรือข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ เจ้าหนี้สามารถยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลได้ เมื่อชนะคดีตามที่ศาลตัดสินแล้ว ก็มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อกรมบังคับคดีให้ทำการอายัดทรัพย์สินอื่นหรือเงินเดือนของลูกหนี้เพื่อเป็นการผ่อนชำระหนี้ได้ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 30 พ.ศ. 2560 โดยเงินจำนวนที่ถูกอายัดจะถูกส่งมาที่กรมบังคับคดีและส่งต่อไปที่เจ้าหนี้ต่อไป ลูกหนี้คนไหนที่ถูกอายัดทรัพย์สินที่เป็นเงินเดือนได้  ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการจะไม่สามารถถูกอายัดทรัพย์สินที่เป็นเงินเดือนได้ เว้นแต่เป็นการฟ้องร้องในคดีที่เกี่ยวกับค่าดูแลบุตรธิดา ส่วนลูกหนี้ที่มีอาชีพอื่นและมีเงินเดือนมากกว่า 20,000 บาทขึ้นไปสามารถถูกฟ้องอายัดทรัพย์สินจากเงินเดือนได้  อายัดเงินเดือนได้เท่าไหร่ ในกรณีที่เป็นการอายัดทรัพย์สินที่เป็นเงินเดือน จะต้องกำหนดจำนวนเงินที่อายัดให้ลูกหนี้มีเหลือใช้เดือนละ 20,000 บาท ยกตัวอย่างเช่น  ลูกหนี้ที่มีเงินเดือน 30,000 บาท เจ้าหนี้ สามารถร้องขอให้กรมบังคับคดีอายัดเงินส่วนที่เกินจำนวน 20,000 บาทได้ ก่อนหักภาษีและประกันสังคม โดยนายจ้างหรือฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทจะทำเรื่องแจ้งจำนวนเงินเดือนให้แก่กรมบังคับคดีเพื่อใช้คำนวณจำนวนเงินที่หักอายัดได้  หากเป็นสินทรัพย์อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนล่ะ จะมีข้อกำหนดแตกต่างกันไปแต่ละประเภทสินทรัพย์ เช่น เงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ สามารถถูกอายัดได้ทั้งหมด เงินโบนัสสามารถถูกอายัดได้สูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมด ในกรณีที่ลูกหนี้ทำงานที่มีค่าคอมมิชชั่น สามารถอายัดค่าคอมมิชชั่นได้สูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมด หากลูกหนี้ถือครองหุ้นอยู่ สามารถขายใบหุ้นหรืออายัดเงินปันผลได้ หากลูกหนี้เป็นสมาชิกสหกรณ์ไม่ว่าจะเป็นพนักงานทั่วไปหรือข้าราชการสามารถอายัดหุ้นสหกรณ์ เงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนได้ทั้งหมด เป็นต้น ทรัพย์สินใดอายัดไม่ได้บ้าง กรมบังคับคดีไม่สามารถอายัดเงินของลูกหนี้ที่อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท หรือกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการได้ ไม่สามารถอายัดบี้ยคนพิการ เบี้ยคนชรา รวมถึงเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ …

อายัดเงินเดือน เรื่องต้องรู้ของเจ้าหนี้และลูกหนี้ Read More »

ย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง

ย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง ทำง่าย ประหยัดเวลา

ไม่ว่าจะทำธุรกรรมใดๆ ทะเบียนบ้านมักเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญทางราชการที่ต้องใช้อยู่เสมอ เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้เพื่อการแสดงตัวตนของผู้อยู่อาศัย หลายครั้งต้องใช้ทะเบียนบ้านตัวจริงเป็นหลักฐานในการยืนยันตัวตน เช่น การขอเปลี่ยนชื่อ ระบุตัวตนให้ตรงกับบัญชีรายชื่อเพื่อมอบสิทธิ์ในการเลือกตั้ง ใช้เป็นเอกสารยืนยันสัญชาติ หรือยื่นให้สถานศึกษาเพื่อศึกษาต่อ เป็นต้น  สำหรับท่านที่ต้องย้ายที่อยู่และแจ้งย้ายทะเบียนบ้าน โดยเบื้องต้นแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การแจ้งย้ายออก และ การแจ้งย้ายเข้า แต่ก็มีอีกหนึ่งวิธีที่สะดวกและเป็นที่นิยม นั่นคือ การย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง  การแจ้งย้ายที่อยู่ปลายทางหรือการย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง หมายถึง ผู้ที่ย้ายที่อยู่ สามารถไปแจ้งย้ายออกและย้ายเข้า ณ สำนักทะเบียนของท้องที่ที่ต้องการย้ายไปอยู่ใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิม โดยมีเงื่อนไขว่าสามารถแจ้งย้ายในคราวเดียวกันได้ ครั้งละไม่เกินจำนวน 3 คน บุคคลที่จะย้ายเข้าทะเบียนบ้าน ต้องไปแสดงตัวยืนยันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทะเบียนเท่านั้น เพื่อสอบปากคำสาเหตุในการย้ายที่อยู่ มีอัตราค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 20 บาท ต่อการยื่นเรื่อง 1 ครั้ง สำหรับท่านที่ต้องการย้ายทะเบียนบ้านให้กับตนเองและบุตรหลานในบทความนี้จะให้รายละเอียดที่แตกต่างระหว่างเอกสารประกอบการดำเนินการของผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้วกับการดำเนินการของผู้เยาว์ (ในที่นี้หมายถึงอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์) สำหรับผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง ของผู้แจ้งย้าย พร้อมสำเนาจำนวน 1 ชุด เจ้าของบ้านที่จะแจ้งย้ายเข้า มาให้ความยินยอมให้ย้ายเข้า พร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชน …

ย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง ทำง่าย ประหยัดเวลา Read More »

สัญญาจะซื้อจะขาย

5 ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย

จะซื้อขายบ้านสักหลังต้องมีสัญญาซื้อขายเป็นข้อตกลงร่วมกันของผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งสัญญาจะซื้อจะขายนี้เป็นเอกสารที่ค่อนข้างเข้าใจยาก มีความซับซ้อน รายเอียดต่างเยอะ ดังนั้นก่อนที่จะการทำสัญญาซื้อขายระหว่างกันควรศึกษาถึงข้อตกลงและเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจลงมือเซ็นสัญญา เพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งสิ่งสำคัญที่ควรทราบมีอยู่ 5 อย่างด้วยกัน 1. รายละเอียดและข้อมูลต่าง ๆ ของคู่สัญญา โดยการตกลงเพื่อซื้อขายที่ดินหรือบ้านพร้อมที่ดินจะประกอบไปด้วย 2 ฝ่าย คือ ผู้ขายและผู้ซื้อ โดยในส่วนของผู้ซื้อจะต้องมีการแนบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนพร้อมระบุชื่อนามสกุลเพื่อเป็นเอกสารแนบท้ายกับคู่สัญญา 2.ราคาบ้านและการชำระเงิน โดยในส่วนนี้ทั้งสองฝ่ายควรมีการตกลงกันว่าจะซื้อขายในราคาเท่าไหร่ ซึ่งจะต้องมีการระบุเป็นตัวเลขลงในเอกสาร และในเอกสารจะต้องมีการระบุเกี่ยวกับการชำระเงินค่างวด พร้อมกับระบุชื่อธนาคารและระบุถึงเลขที่เช็คธนาคารไว้อย่างชัดเจน 3.การโอนกรรมสิทธิ์ ถือว่าหัวใจสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขายบ้านเลยก็ว่าได้ โดยในสัญญาจะต้องมีการระบุหรือกำหนดวันของการจดทะเบียนในการโอนกรรมสิทธิ์ที่แน่นอน อีกทั้งภายในสัญญาควรมีการระบุ ถึงค่าธรรมเนียมในการโอนบ้านในแบบที่ชัดเจน เพราะเมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์จะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดในภายหลัง 4.การทำผิดสัญญา โดยในส่วนนี้เป็นการบ่งบอกและชี้แนะเมื่อฝ่ายหนึ่งหรือฝ่ายใดเกิดผิดสัญญา ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2  กรณีก็คือ ผู้ซื้อไม่ไปจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ตามเวลาที่กำหนด และกรณีที่สองก็คือ ผู้ขายไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับผู้ซื้อ จนทำให้เกิดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและค่าปรับต่าง ๆ ตามมาในภายในภายหลัง 5.ข้อตกลงและเงื่อนไขส่วนอื่น ๆ หมายถึงส่วนอื่น ๆ หรือข้อตกลงที่เพิ่มเติมขึ้นมาในส่วนของคู่สัญญา เช่นอัตราในการชำระในส่วนของดอกเบี้ยในกรณีที่เกิดการเลื่อนหรือผ่อนผันในการชำระดอกเบี้ยอาจจะมีการส่งผลกระทบต่อสิทธิของแต่ละฝ่าย ซึ่งผู้ขายอาจจะต้องมีการทวงถามโดยการส่งจดหมายเตือนทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนไปให้ผู้ซื้อได้รับทราบ 6.การตัดสินใจเซ็นสัญญา เมื่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรับทราบและมีการตกลงในส่วนของสัญญาซื้อขายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นในสัญญา โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายพร้อมพยาน 1 …

5 ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย Read More »

สัญญาซื้อขายบ้าน

ข้อควรรู้ของการสังเกตสัญญาซื้อขายบ้าน อย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ

ถ้าจะพูดถึงเรื่องสัญญาซื้อขายบ้านแล้วถือว่าเป็นเอกสารที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการซื้อขายบ้าน ซึ่งผู้ซื้อบ้านควรมีการพิจารณารายละเอียดข้อตกลงและมีการตรวจสอบเอกสารประกอบต่าง ๆ อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน อีกทั้งเอกสารการซื้อขายบ้านนั้นก็มีเอกสารหลายชนิดที่เราเองจะต้องทำความเข้าใจ เช่น สัญญาจองซื้อบ้าน  สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน สัญญาซื้อขายบ้าน และเอกสารแนบท้ายสัญญาแบบต่าง ๆ โดยเราจะต้องอาศัยความใส่ใจและตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะเซ็นสัญญาเพื่อที่เราจะได้ไม่ถูกผู้ขายเอารัดเอาเปรียบ สัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบ้าน 1.สัญญาจองซื้อบ้าน ถือว่าเป็นเอกสารซื้อขายบ้านอีกชนิดหนึ่งที่จะใช้ในกรณีที่บ้านหรือคอนโดยังไม่ก่อสร้างหรือยังสร้างไม่เสร็จ โดยจะไม่สามารถระบุพื้นที่หรือขนาดของบ้านได้อย่างแน่ชัด ซึ่งทำให้มีเอกสารสัญญาจองบ้านเอาไว้สำหรับการจดรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อพอที่ให้ทำสัญญาซื้อขายกันได้ 2.สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน หมายถึง เอกสารฉบับต้นทางที่ใช้สำหรับในการตกลงซื้อขายกัน โดยจะเป็นเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่จะใช้ระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ในการซื้อขายและการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ซึ่งถ้าผู้ขายมีการผิดสัญญากับผู้ซื้อบ้าน เราก็จะสามารถฟ้องร้องเอาผิดกับบริษัทขายบ้านได้ถูกต้องตามกฎหมาย 3.สัญญาซื้อขายบ้าน หมายถึง เอกสารสำคัญแบบปลายทางที่จะมีการตกลงซื้อขายบ้านหรือคอนโดที่จะมีผลต่อทางกฎหมาย โดยกรรมสิทธิ์บ้านจะต้องตกเป็นของผู้ซื้ออย่างเด็ดขาด ซึ่งสัญญาซื้อขายบ้านจะมีการจดทะเบียนจากเจ้าพนักงานของสำนักงานเขตที่ดินในเฉพาะท้องถิ่นเท่านั้น 4.เอกสารแนบท้ายสัญญา หมายถึง เอกสารที่จะใช้ประกอบกับข้อตกลงหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ในการซื้อขายบ้าน เช่น โปรโมชั่น เงื่อนไขอื่น ๆ ของแถมที่นอกเหนือที่แจ้งไว้ในสัญญาซื้อขาย    ข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการซื้อขายบ้าน 1.ขนาดและราคาซื้อขาย โดยผู้ซื้อจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ เช่น ขนาดของที่ดิน ขนาดของตัวบ้าน พร้อมกับราคาบ้านในสัญญาซื้อขายจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่าง ๆที่กำหนดไว้ 2.วันที่นัดโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ในสัญญาจะซื้อจะขายจะต้องมีการระบุวันที่นัดการโอนกรรมสิทธิ์บ้าน ซึ่งจะต้องมีการกำหนดและเผื่อระยะเวลาในการยื่นขอสินเชื่อและการตรวจรับบ้านไว้ด้วย โดยถ้าไม่มีการระบุวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ …

ข้อควรรู้ของการสังเกตสัญญาซื้อขายบ้าน อย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ Read More »